ภาพยนต์เรื่อง 007 No Time To Die
ในภาคนี้สายลับ 007
ได้ออกจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นสายลับและเกษียณตัวเองไปอยู่ที่ประเทศจาไมกา
แต่แล้วเพื่อนเก่าสายลับ CIA อย่าง Felix Leiter ก็ปรากฏตัวเพื่อขอให้เขาทำภารกิจช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไป
กลายเป็นว่าภารกิจนี้ซับซ้อนและมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้ Bondต้องออกไล่ล่าตัวร้ายสุดอันตรายที่มาพร้อมกับอาวุธลับไฮเทคชิ้นใหม่
และในภาคนี้ Bond จะได้แต่งงานอีกครั้งกับ Madeleine
Swann นางเอกหลักจากภาคที่แล้ว
ซึ่งการแต่งงานของบอนด์มักจะตามมาด้วยโศกนาฎกรรม เหมือนเช่นในภาค On Her
Majesty’s Secret Service (1969) ที่ฉากแต่งงานเป็นที่จดจำของสาวกหนัง 007
นอกจากจะได้ Craig กลับมารับบทเป็นครั้งสุดท้าย
หนังก็ยังได้สาวบอนด์จากตอนที่แล้ว Léa Seydoux จาก
Mission Impossible-Ghost Protocol (2011) กลับมารับบท Madeleine
Swann เช่นเดิม และ Christoph Waltz จาก
Django Unchained (2014) ก็กลับมารับบท Ernst Stavro
Blofeld ต่อเนื่องจากการเป็นตัวร้ายในภาค Spectre
(2015)
เพิ่มเติมด้วย Rami Malek จาก
Bohemian Rhapsody (2018) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์นำชายปีล่าสุด
มาแสดงเป็นตัวร้ายหลักในภาคนี้ Barbara Broccoli ผู้อำนวยการสร้างได้เปิดเผยกับสื่อว่า
Malek จะมารับบท “วายร้ายที่แท้จริง”
เห็นอย่างนี้ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นตัวร้ายที่โหดหินกินกันไม่ลงกว่าตัวร้ายในภาคอื่น
ๆ ที่ผ่านมา และอีกหนึ่งดาราสาวหน้าใหม่มาแรงจาก Knives Out (2019)
ที่เป็นขวัญใจตัวจริงของ Ben Affleck ในเวลานี้อย่าง Ana de Armas รวมถึง
Lashana Lynch ที่มารับบทเป็น 007 หญิงในช่วงที่ Bond หายตัวไป
นอกจากนี้
ทีมหน่วยงานเบื้องหลังของสายลับพยัคฆ์ร้ายยังคงยกทีมกลับมากันหมด ทั้ง Ralph
Fiennes ในบท M หัวหน้าหน่วย MI6,
Ben Whishaw ในบท Q ยอดนักประดิษฐ์อาวุธต่าง ๆ ให้ 007,
Naomie Harris ในบท Eve Moneypenny เลขาแสนสวยของ
M, Rory Kinnear ในบท Tanner ผู้ช่วยของ
M และ Jeffrey Wright ในบท
Felix Leiter สายลับ CIA ที่เล่นบทนี้มาตั้งแต่
Casino Royale หนัง Bond เรื่องแรกของ
Criag




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น